Food Inc. & Whole Foods

บทความที่นำมาลงในครั้งนี้ เป็นการบ้านของตนเองในวิชา BI301 ธุรกิจกับสังคม ที่เรียนที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี โครงการตรีควบโท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีผู้สอยคืออ.สฤณี อาชวานันทกุล

การบ้านในครั้งนี้อ.ให้ดูหนังสารดคีเรื่อง Food Inc. ที่มีการพูดถึงปัญหาในอุตสาหกรรมอาหารภายในประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วกำหนดโจทย์ให้นักศึกษาเป็น CEO ของบริษัทขายอาหารorganic “Whole Foods” โดยให้เขียนเป็นจดหมายถึงผู้ถือหุ้นแนะแนวทางที่เราจะแก้ไขปัญหา และสร้างข้อได้เปรียบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ลิงค์ของหนังเรื่อง Food Inc. : http://v.youku.com/v_show/id_XMTM2MDcwNzQ4.html

ดีไม่ดี ขอคอมเม้นจากท่านผู้อ่านด้วยนะคะ

ขอบคุณค่า :)

เรียน ผู้ถือหุ้นบริษัท Whole Foods           

ในปัจจุบันผู้บริโภคได้หันมาสนใจและให้ความสำคัญกับการบริโภคมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในกลุ่มผู้บริโภค รวมไปถึงปัญหาในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมอาหารได้สร้างผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท Whole Foods อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นบริษัทจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคและรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินงานต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะนี้กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารมีปัญหาต่างๆเกิดขึ้นมากมาย เนื่องมาจากกระบวนการผลิตที่เน้นการผลิตอย่าง Mass Production การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิตอาหารจากฟาร์มไปเป็นโรงงานอุตสาหกรรม เน้นที่การผลิตอาหารมากๆ ในพื้นที่น้อยๆ ต้นทุนต่ำ มีการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตอาหาร ดัดแปลงพันธุกรรมของพืชและสัตว์เพื่อให้ได้ผลผลิตในปริมาณมากในระยะเวลาอันสั้น จากสาเหตุเหล่านี้ทำให้อาหารที่ได้มาไม่มีคุณภาพ และไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

การเลี้ยงสัตว์ในปัจจุบันแตกต่างจากการเลี้ยงสัตว์ในสมัยก่อนที่เน้นการเลี้ยงสัตว์เพื่อการบริโภคเป็นอย่างมาก มีการเปลี่ยนแปลงการเลี้ยงสัตว์ในโรงเลี้ยงแบบเปิดที่มีอากาศถ่ายเท แสงแดดสามารถเข้าถึงและถูกสุขลักษณะไปเป็นโรงเลี้ยงแบบปิด รวมถึงอาหารที่สัตว์บริโภคนั้นไม่ได้เป็นอาหารที่สัตว์ได้รับการวิวัฒนาการจากธรรมชาติมาให้บริโภค แต่เป็นอาหารที่มีราคาถูกและสามารถทำให้สัตว์เจริญเติบโตได้เร็ว มีการใช้ฮอร์โมนที่เร่งการเจริญเติบโต(Growth hormone) และ antibiotics ในสัตว์เพื่อป้องกันโรคต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในสัตว์ จากสาเหตุเหล่านี้ทำให้เชื้อแบคที่เรียต่างๆเกิดอาการดื้อยาและมีการวิวัฒนาการเป็นเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ที่มีความรุนแรงและมีอันตรายมากขึ้น เช่น การแพร่ระบาดของเชื้อ E.Coli สายพันธุ์ O157:H7 แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุการระบาดของโรคอาหารเป็นพิษอย่างรุนแรง ทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถถึงแก่ชีวิตได้[1] ซึ่ง E.Coli สายพันธุ์ปกติ เป็นแบคที่เรีย ที่เป็นตัวชี้การปนเปื้อนของอุจจาระในน้ำ มีอยู่ตามธรรมชาติในลำไส้ใหญ่ของสัตว์และมนุษย์ ไม่ได้มีอันตรายใดๆนอกจากจะทำให้เกิดอาการท้องเสียเท่านั้น[2] จากการเลี้ยงสัตว์ในโรงเลี้ยงสัตว์แบบปิด ไม่ถูกสุขลักษณะ การฆ่าสัตว์ในโรงฆ่าสัตว์ขนาดใหญ่ ผ่านทางสายพาน และกระบวนการภายในโรงงานอุตสาหกรรมทำให้การแพร่เชื้อต่างๆเหล่านี้เป็นไปได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ยากต่อการป้องกัน รวมถึงกระบวนการฆ่าสัตว์เพื่อนำมาจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคนั้นไม่ได้มีการตรวจสอบว่าสัตว์นั้นเป็นโรคหรือไม่ ทำให้การแพร่ระบาดเชื้อโรคจากสัตว์เข้าสู่มนุษย์นั้นเป็นเรื่องง่าย

บริษัท Whole Foods ได้มีแนวคิดในการแก้ปัญหานี้โดยการสนันสนุนให้เกษตรกรที่เป็น Supplier ของเราเลี้ยงสัตว์ในโรงเลี้ยงแบบเก่า โดยให้โรงเลี้ยงสัตว์นั้นมีอากาศถ่ายเทสะดวก แสงแดดสามารถเข้าถึงได้ หรือพยายามเลี้ยงสัตว์ให้ใกล้เคียงกับวิถีชีวิตของสัตว์ในธรรมชาติมากที่สุด สนับสนุนให้เกษตรกรเกิดการรวมกลุ่มการเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากเราตระหนักถึงข้อจำกัดของพื้นที่ของเกษตรกร โดยในกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์นั้นเราจะแบ่งกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ออกเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มแรกเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ และกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์ โดยผู้ผลิตอาหารสัตว์นั้นจะทำหน้าที่ผลิตอาหารเลี้ยงสัตว์จากธรรมชาติ เช่น ในกลุ่มเลี้ยงวัวเนื้อ สมาชิกที่มีหน้าที่เป็นผู้ผลิตอาหารก็จะทำหน้าที่ปลูกหญ้าเพื่อเป็นอาหารของวัว  ทั้งนี้เพื่อให้สัตว์ได้รับอาหารที่ตรงตามวิวัฒนาการของธรรมชาติ และการเลี้ยงสัตว์ที่อิงกับธรรมชาตินั้นจะทำให้สัตว์มีสุขภาพที่ดี ลดความจำเป็นในการใช้สารเคมี ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต และ antibiotics ต่างๆ  ทำให้เรามั่นใจได้ว่าเนื้อสัตว์ที่เราขายให้แก่ผู้บริโภคนั้นปลอดภัยและมีคุณภาพมากที่สุด

นอกจากนี้กระบวนการเพาะปลูกในปัจจุบันได้มีการนำสารเคมีและนวัตกรรมทางด้านการดัดแปลงทางพันธุกรรมมาใช้ เพื่อให้ผลผลิตที่ได้มีปริมาณมาก สามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ปราศจากแมลงศัตรูพืช สามารถเก็บรักษาได้นาน แต่จากการใช้สารเคมีและนวัตกรรมข้างต้น ไม่มีการรับประกันว่าผลผลิตที่นำมาจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคนั้นมีความปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดสารตกค้างหรืออันตรายต่อผู้บริโภคในอนาคต อีกทั้งการใช้สารเคมีและการใช้เมล็ดพันธุ์พืชที่ได้ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมย่อมทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรสูงขึ้น ทำให้ราคาของผักและผลไม้สูงขึ้นตามไปด้วย รวมถึงการผูกขาดและการยึดครองตลาดอุตสาหกรรมเกษตรของบริษัทยักษ์ใหญ่ทำให้เกิดความยากลำบากในการดำเนินงานของกลุ่มเกษตกร เนื่องจากการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์และการบีบบังคับเกษตรกรทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านกฏหมายลิขสิทธิ์ในพันธุกรรมของเมล็ดพันธุ์ต่างๆ หรือ ปัญหาการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการเกษตรหากไม่ทำตามเงื่อนไขของบริษัท

จากการที่ Whole Foods ได้มีการกำหนดนโยบายที่จะคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียของเราในทุกส่วน ดังนั้นนอกจากเราจะคำนึงถึงปัญหาที่ผู้บริโภคได้รับจากการบริโภคผักและผลไม้ที่ปนเปื้อนสารเคมีและมีการดัดแปลงพันธุกรรมแล้ว เรายังคำนึงถึงความยากลำบากของเกษตรกรรายย่อยของเราด้วย ดังนั้นเราจึงมีนโยบายที่จะช่วยเหลือเกษตรกร โดยการจัดหาเมล็ดพันธุ์ให้แก่กลุ่มเกษตรกร โดยเราจะเน้นที่เมล็ดพันธุ์สายพันธุ์ดั้งเดิม ซึ่งเกษตรกรสามารถเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เพื่อใช้ในการเพาะปลูกในปีต่อๆไปได้ อีกทั้งมีการให้ความรู้แก่เกษตรกรในการเพาะปลูกพืชด้วยวิธีการแบบเก่า ลดการใช้สารเคมี ส่งเสริมการปลูกพืชตามฤดูกาล ซึ่งแน่นอนว่าผลิตผลที่ปลูกตามฤดูกาลและได้รับการเพาะปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม ย่อมให้ผลผลิตที่ดีและไม่จำเป็นต้องอาศัยสารเคมีหรือการดัดแปลงพันธุกรรมในการเพิ่มผลิตผล รวมทั้งจะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกผักผลไม้ที่หลากหลาย เพื่อรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของผักผลไม้ดั้งเดิมไว้ ในส่วนของผู้บริโภค เราจะมีการควบคุมคุณภาพของผักผลไม้ของเราให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจได้ว่าปลอดสารพิษจริง โดยเราจะมีการสุ่มตรวจสอบคุณภาพของผักและผลไม้เสมอ  และเราจะมีการสนับสนุนเกษตรกรในท้องถิ่นโดยจะส่งเสริมการขายผลิตผลที่เพาะปลูกในพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่ง และเนื่องจากเราไม่ใช้สารเคมีในการผลิตและไม่ต้องเสียค่าต้นทุนในการขนส่ง ทำให้เราสามารถขายสินค้าได้ในราคาที่ถูก

นอกจากนี้ปัญหาของความไม่หลากหลายในอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากในอุตสาหกรรมมีการใช้วัตถุดิบเพียงไม่กี่ชนิดนำมาดัดแปลง ปรุงแต่ง(Food Engineering) ให้เกิดเป็นอาหารประเภทต่างๆ เช่น ข้าวโพดสามารถนำไปดัดแปลงเป็นอาหารต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขนมกรุบกรอบ หมากฝรั่ง น้ำอัดลม เป็นต้น และการผลิตอย่าง Mass production ทำให้เกิด Economy of Scale ในการผลิตอาหารที่เกิดจากการทำ Food Engineering ส่งผลให้อาหารเหล่านั้นมีราคาถูก ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นอาหารจำพวกอาหารขยะ (Junk Foods) มีปริมาณแป้งและน้ำตาลสูง ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคอาหารประเภทนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย ไม่สามารถเข้าถึงสินค้าเกษตรจำพวกผักและผลไม้ และเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์ได้ และเมื่อพวกเขาบริโภคอาหารเหล่านี้เป็นประจำและเป็นจำนวนมาก ก็จะก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ โดยเฉพาะโรคอ้วน และโรคเบาหวานตามมา ซึ่งถือได้ว่าเป็นปัญหาหนึ่งของสังคม หากแต่นโยบายของ Whole Foods ที่สนับสนุนให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมี ทำการเกษตรแบบดั้งเดิม ปลูกผลผลิตตามฤดูกาลและผลผลิตที่มีอยู่ในท้องถิ่น  รวมถึงการสนับสนุน Suppliers ที่อยู่ใกล้บริเวณกับร้านค้าของ Whole Foods จะทำให้ราคาสินค้าเกษตรถูกลงและจะช่วยกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยให้สามารถเข้าถึงแหล่งอาหารที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ ในราคาถูกได้

 จากปัญหาความไม่หลากหลายในอุตสาหกรรมอาหารบริษัทของเราได้ทำการส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกพืชที่หลากหลายมากขึ้น เช่น พืชตามฤดูกาล และพืชที่มีในท้องถิ่น  นอกจากนี้ทางด้านการส่งเสริมการขาย เราจะจัดการอบรมให้คำแนะนำแก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้บริโภคที่มีรายได้น้อย ในการประกอบอาหารตามฤดูกาล และการถนอมอาหาร ซึ่งจะสามารถช่วยส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีการบริโภคอาหารที่หลากหลาย มีคุณประโยชน์ครบถ้วน และมีจัดการอบรมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิต (Way of life) ของกลุ่มลูกค้าที่มีปัญหาด้านสุขภาพจากการบริโภคอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคให้มีมาตราฐานด้านสุขภาพที่ดีขึ้น เป็นการช่วยลดปัญหาสังคมซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเรา

และการที่อุตสาหกรรมอาหารใช้วัตถุดิบในการผลิตเพียงไม่กี่อย่าง ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกพืชตามความต้องการของตลาด ส่งผลให้ความหลากหลายในการเพาะปลูกลดน้อยลง นอกจากนี้นโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกแต่พืชเศรษฐกิจและเอื้อต่อการดำเนินงานของบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร ทำให้เกษตรกรมีความยากลำบากในการดำเนินการ เพราะเมื่อรัฐบาลออกนโยบายสนับสนุนกลุ่มนายทุน ส่งผลให้กลุ่มนายทุนมีอำนาจในการบีบบังคับให้เกษตรกรทำตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มของตนเองได้ผลตอบแทนสูงที่สุด เช่น การบีบบังคับให้เกษตรกรทำโรงเลี้ยงสัตว์แบบปิด หรือการกำหนดให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีใหม่ๆในการเพาะปลูก และถ้าหากเกษตรกรไม่ทำตามก็จะถูกยกเลิกสัญญา ซึ่งกลุ่มเกษตรกรเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้ต่ำและไม่มีอำนาจในการต่อรอง ดังนั้นจึงต้องทำการกู้ยืมเงินเพื่อนำมาปฏิบัติตามเงื่อนไขของกลุ่มนายทุน จากสาเหตุนี้ทำให้เกษตรกรมีภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้นทุกปี

Whole Foods ได้เล็งเห็นถึงปัญหาภาระหนี้สินของเกษตรกร จึงจัดตั้ง Whole Planet Foundation ขึ้น โดยเป็นองค์กรที่มีการร่วมมือกับเกษตรกรรายย่อยที่เป็น Supplier ของ Whole Foods โดยทำเป็นลักษณะ Microcredit เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน มีการให้ความรู้กับเกษตรกรในการจัดการบริหารเงินทุน และการประกอบธุรกิจด้วยตนเอง เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้การที่เราไม่กำหนดเงื่อนไขลักษณะของโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ หรือการใช้เทคโนโลยีต่างๆในการสร้างผลผลิต แต่เราเน้นถึงคุณภาพของสินค้าในท้ายที่สุด เกษตรกรจึงไม่จำเป็นต้องอาศัยเงินลงทุนมากในการเริ่มต้นเพาะปลูก มาปรับปรุงโรงเรือน หรือซื้อเทคโนโลยี ถือเป็นการช่วยลดภาระหนี้สินของเกษตรกร

ในด้านสิทธิของผู้บริโภค สินค้าทุกชิ้นภายในร้าน Whole Foods จะมีการติดฉลากบอกถึงส่วนประกอบของสินค้าและแหล่งที่มาของสินค้า พร้มทั้งมีตรารับประกันการตรวจสอบว่าสินค้ามีคุณภาพได้มาตราฐานจริง อีกทั้งยังมีการรับประกันว่าผู้บริโภคจะได้รับการคุ้มครองและชดเชยจากร้าน Whole Foods ถ้าเกิดอันตรายจากการบริโภคสินค้าที่ซื้อจากร้าน Whole Foods และทางร้านจะเรียกคืนสินค้าทันทีที่ตรวจสอบพบว่าสินค้ามีปัญหา เพื่อให้ความมั่นใจแก่ผู้บริโภคว่าสินค้าของเรามีคุณภาพ และหากสินค้าของเราเกิดปัญหาขึ้นมา เราจะกลับไปดูว่าสาเหตุของปัญหานั้นเกิดจากอะไรและทำการแก้ไขที่สาเหตุนั้น ไม่ใช่คิดและพัฒนาเทคโนโลยีที่จะมาแก้ไขปัญหานั้น เพราะนั่นเท่ากับเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

ตามนโยบายของ Whole Foods ที่เราจะใส่ใจผู้มีส่วยเสียกับองค์กรในทุกๆด้าน เราก็ไม่ได้ละเลยที่กับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหาโลกร้อน โดยองค์กรของเรามีการกำหนดเป้าหมายที่เรียกว่า “Green Mission” ขึ้นเพื่อเป็นแนวทางให้กับบุคลากรในองค์กรและผู้มีส่วนร่วมได้ปฎิบัติตาม เช่น โครงการ “Paper Calculator” เพื่อลดการใช้ปริมาณกระดาษลง  เป็นต้น และจากการที่เราส่งเสริมให้ทำการเลี้ยงสัตว์ และเพาะปลูกด้วยวิธีดั้งเดิม ซึ่งนอกจากจะช่วยลดสารเคมีที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมแล้ว การเพาะปลูกด้วยวิธีดั้งเดิมนี้จะสามารถช่วยโลกในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์โดยmicroorganism ที่อยู่ในดินได้ และการที่เราส่งเสริมให้มีการเพาะปลูก พืชตามฤดูกาล พืชในท้องถิ่นทำให้เราสามารถรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ที่กำลังจะสูญหายไปจากการทำการเกษตรที่เน้นเพื่อการพาณิชย์ นอกจากนี้การที่เราสนับสนุน Supplier ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงร้านค้าของเราจะทำให้ต้นทุนต่ำลงแล้ว ยังสามารถเป็นการลดการปล่อยคาร์บอนจากการขนส่งได้อีกด้วย ซึ่งเราสามารถใช้การลดการปล่อยคาร์บอนนี้มาทำเป็นโครงการคาร์บอนเครดิตได้

แนวทางทั้งหมดจะไม่สามารถสำเร็จได้ หากไม่ได้รับความร่วมมือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัท Whole Foods ทุกๆฝ่าย ไม่ว่าอุตสาหกรรมอาหารจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด บริษัทยังขอยืนยันที่จะปฏิบัติตามแนวทางในการดำเนินงานของบริษัทที่จะ “Selling the highest quality natural and organic products” โดยยึดผู้บริโภคเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญที่สุดของเรา เพื่อให้บรรลุผลในการเติบโตอย่างยั่งยืนของผู้มีส่วนได้เสียกับบริษัทของเราในทุกๆด้าน


[1] http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_nih/a_nih_1_001c.asp?info_id=1079

[2] http://th.wikipedia.org/wiki/Escherichia_coli

Advertisement

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.